ชงครม.รื้อโครงสร้างสมอ.สู่ยุค4.0 ปรับระบบเป็นออนไลน์ทำงานรวดเร็วขึ้น

     นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรมเปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม(สมอ.) ว่า สมอ. จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 และอุตสาหกรรม 4.0 โดยได้มอบหมายให้สมอ.ปรับโครงสร้างการทำงานเป็นระบบออนไลน์ เพื่อยกระดับ สมอ.ไปสู่ 4.0 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกที่รวดเร็วขึ้น โดยลดขั้นตอนการกำหนดมาตรฐานมอก.จากเดิมที่ผ่านมาใช้ระยะเวลา400 วัน แต่ปัจจุบันใช้ 150 วัน ซึ่งได้ตั้งเป้าให้ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 100 วัน ภายในต้นปี 2561 เพื่อให้ได้มาตรฐานสากลเทียบเท่าประเทศอาเซียน

   ส่วนการออกใบอนุญาตเดิมใช้ระยะเวลา 50 วันแต่ปัจจุบัน 15 วัน ซึ่งได้ตั้งเป้าใหม่เป็น 10 วัน โดยการปรับไปสู่การขออนุญาตในรูปแบบระบบออนไลน์ให้ได้ภายในต้นปี 2561 ส่วนการตรวจสอบและติดตามผลให้เน้นใช้บุคคลที่ 3 หรือเอาท์ซอสเข้ามาร่วมดำเนินการมากขึ้น เพื่อให้สามารถครอบคลุมได้ทั่วประเทศ

   โดยภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างการบริหารงานของสมอ. 4.0 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อให้สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเฉพาะการลดขั้นตอนการอนุมัติอนุญาตและการยกระดับมาตรฐานสินค้าชุมชนไปสู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน(มผช.)เพื่อขยายสู่ตลาดมากขึ้น ล่าสุดสมอ.อยู่ระหว่างเจรจากับสายการบินไทยสมายล์ ที่จะนำร่องนำสินค้าที่ผ่านมผช.ไปจำหน่ายยังสายการบินดังกล่าว

“เรามองไปที่สายการบินไทยสมายล์ก่อนที่จะนำสินค้าวางจำหน่ายซึ่งต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.)ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอีแบงก์) โดยนำมาตรฐานมาและสนับสนุนเงินด้านการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และมองไปถึงการขยายตลาดที่กว้างไปยังประเทศเพื่อนบ้านคือ CLMV ซึ่งขอให้ สมอ.เน้นให้มากในเรื่องนี้” นายอุตตมกล่าว

   นอกจากนี้ สมอ.เตรียมที่จะพัฒนามาตรฐานตัวใหม่สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการเริ่มต้น(สตาร์ทอัพ)ซึ่งอยู่ระหว่างหาผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จะมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.)รองรับ กับสินค้าชุมชนที่มีมผช. โดยส่วนนี้จะเป็นกลุ่มที่เป็นผู้ประกอบการเริ่มต้นขนาดเล็กแต่ไม่ใช่สินค้าชุมชนโดยมาตรฐานตัวใหม่ที่คาดว่าจะใช้มอก.Lite นั้นได้มอบให้สมอ.ไปดูแลให้เป็นระบบ ส่วนมาตรฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วคือมอก.ก็ขอให้มุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายเช่น เกษตรแปรรูป อาทิ การนำยางพารามาแปรรูป

  นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสมอ.กล่าวว่ากำลังเจรจาสายการบินไทยสมายล์ในการนำร่องก่อนจากนั้นจะหารือสายการบินอื่นๆ ต่อไป เช่น นกแอร์ บางกอกแอร์เวย์ส ที่จะนำสินค้าผ่านมผช.ไปจำหน่ายผ่านแคตตาล็อกเพื่อสั่งซื้อในเครื่องบิน ส่วนมอก.Lite จะเป็นมาตรฐานใหม่โดยมีจุดประสงค์ที่จะดำเนินการให้ผู้ประกอบการที่เริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพให้มีมาตรฐานเพื่อให้สามารถพัฒนาเข้าสู่ตลาดได้ ซึ่งจะพัฒนาเป็นระบบรวมถึงการดูแลทรัพย์สินทางปัญญา และหลังจากมีการเติบโตก็จะเข้าสู่ มอก.คาดว่าจะดำเนินการได้ต้นปี 2561

 

ติมตามข่าวสารข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเหล็กไทยได้ที่ http://iiu.isit.or.th