เวียดนามเริ่มแซงหน้าไทย ต่างชาติแหล่งทุนรับค่าแรงถูก

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นกังวลถึงแนวโน้มการลงทุนช่วงครึ่งหลังปี 2562 เพราะจากการติดตามตัวเลขของประเทศคู่แข่ง ของไทย คือ ประเทศเวียดนาม พบว่า มียอดการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ทั้งคำขอและลงทุนจริง ช่วง 5 เดือน (มกราคม-พฤษภาคม 2562) ขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยประเทศที่เข้าลงทุนหลัก ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ขณะที่การ ส่งออกก็ขยายตัวมากกว่า 30-40% ขณะที่ประเทศไทยพบว่าต่างชาติยื่นคำ ขอรับการส่งเสริมการลงทุนเป็นหลัก แต่ยังไม่มีการลงทุนจริงมากนัก

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีนักลงทุนสนใจเข้าไปลงทุนดูเหมือนจะแซงหน้าประเทศไทยแล้ว มาจากความพร้อมด้านแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่ทักษะ ไม่มากค่าจ้างไม่สูง และยังได้อานิสงส์ จากการสงครามการค้า (เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้สหรัฐหันไปนำเข้าสินค้าจากเวียดนามมากขึ้น

"จากผลกระทบจากเทรดวอร์ได้ส่งผลต่อการส่งออกของไทยโดยตรง แต่อีกมุมหนึ่งก็จะพบว่านักลงทุนจีนและสหรัฐใช้โอกาสนี้ในการแสวงหาประเทศใหม่ๆ เพื่อลงทุนและส่งขายในตลาดเดิม ซึ่งไทยก็คาดหวังว่าจะได้อานิสงส์การลงทุนนี้ แต่สถานการณ์ล่าสุดดูเหมือนการลงทุนจะมุ่งไปเวียดนามแทนไทย"นายเกรียงไกรกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้ ก็อยากให้กำหนดนโยบายด้านการลงทุนให้ชัดเจนและตรงเป้าหมายมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาแรงงานให้มีทักษะสูงเพื่อตอบสนอง กับการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งไทย มีนโยบายสนับสนุนแรงงานทักษะสูง ควบคู่กับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 อุตสาหกรรม แล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก เพราะปัจจุบันหลายอุตสาหกรรมยังขาดแคลนแรงงานอยู่ รวมทั้งความต้องการแรงงานทักษะสูงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)ที่ต้องการประมาณ 4.7 แสนราย ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ที่มา : ryt9