ธุรกิจเหล็กในอินโดนีเซียเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นอัตราภาษีเหล็กจีน

JAKARTA (REUTERS) รายงาน – กลุ่มธุรกิจในอินโดนีเซียต้องการให้รัฐบาลปรับขึ้นอัตราภาษีสำหรับสินค้าเหล็กจากจีนเพื่อควบคุมการนำเข้าสินค้าราคาถูก โดยผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างจะทำให้เกิดการปลดพนักงานจำนวนมาก

สื่ออินโดนีเซียกล่าวว่า คนงานหลายพันคนของ บ.Krakatau Steel ที่ออกมาประท้วงได้ถูกควบคุมไว้ใกล้กับโรงงานผลิตใน Cilegon แถบชายฝั่งตะวันตกของ Java หลังจากมีการประกาศแผนในการปลดพนักงานขั้นต้นร้อยละ 30 จากจำนวน 6,264 คน ในช่วงต้นปี 2020

นอกเหนือจากการลดตำแหน่งงานแล้ว บ.Krakatau Steel กล่าวว่าจะขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักและแยกหน่วยงานบางส่วนออกเพื่อปรับปรุงสถานะทางการเงิน

          ความวุ่นวายของอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นนั้น ถึงแม้รัฐบาลจะมีการลงทุนอย่างหนักในด้านโครงสร้างพื้นฐานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยที่กลุ่มของธุรกิจได้กล่าวโทษในเรื่องการนำเข้าเหล็กเป็นปัจจัยที่สำคัญ

 Didi Aulia หัวหน้าฝ่ายธุรกิจก่อสร้างของหอการค้าของอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (11 กรกฎาคม) “สำหรับเราสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งพวกเราถึงอยู่รอดได้โดยการกำหนดอัตราภาษีให้สูงขึ้น”

สมาคมเหล็กและเหล็กกล้าอินโดนีเซีย (IISIA) กล่าวว่า การนำเข้าส่วนใหญ่มาจากประเทศจีนและกล่าวเสริมว่า ปักกิ่งได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ผลิตเหล็กเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

Teguh Sarwono เจ้าหน้าที่ของสมาคม ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการค้าของ บ. Krakatau Wajatama ซึ่งสาขาของ บ. Krakatau Steel กล่าวว่า “ครั้งหนึ่ง (เหล็ก) มาถึงที่นี่ได้ โดยที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

นาย Sarwono กล่าวกับ Reuters ว่า ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศอินโดนีเซียจะมีการผลิตอยู่ที่ 17 ล้านตันต่อปี แต่เป็นเพียง 57% เท่านั้นที่อยู่ภายในตลาด ส่วนอุปสงค์ภายในประเทศอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งประมาณ 20.3 ล้านตัน มาจากต่างประเทศ

อินโดนีเซียได้เรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับเหล็กหลายประเภทจากจีนและประเทศอื่น ๆ แต่สมาคมดังกล่าว ก็กล่าวหาว่าผู้ผลิตต่างชาติได้แก้ไขข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์เพื่อหลีกเลี่ยงพวกเขา

Bambang Adi Winarso รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ กล่าวว่า รัฐบาลสามารถลงโทษสินค้าที่ผ่านการค้าที่ไม่เป็นธรรม แต่เขาถามว่า อุตสาหกรรมภายในประเทศมีประสิทธิภาพเพียงใด

Winarso กล่าว "หากไม่มีความต้องการก็จะไม่มีการนำเข้า แต่ถ้าปัญหาคือด้านราคา มันอาจเกี่ยวข้องกับความไร้ประสิทธิภาพภายในประเทศ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถแข่งขันได้”

บ. Krakatau Steel มีผลการขาดทุน ตั้งแต่ปี 2012 ข้อมูลจาก Refinitiv's Eikon โดยในไตรมาสแรก บริษัทรายงานผลการขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 62.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (84.5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) ซึ่งการขาดทุนปรับเพิ่มขึ้น 4.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2018

ที่มา : www.straitstimes.com/asia/se-asia/indonesia-business-urges-govt-to-raise-tariffs-on-china-steel