เหล็กจีนมีการส่งสัญญาณถึงปริมาณการผลิตที่เกินความต้องการ

การผลิตเกินความต้องการค่อยๆปรากฏขึ้น ทั้งที่ ทางการมีการสั่งลดกำลังการผลิต เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ในเซี่ยงไฮ้ – ผู้ผลิตเหล็กในจีนกำลังมีการเพิ่มการผลิตเหล็กอย่างเป็นประวัติการณ์ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจีนได้สั่งการให้มีการลดกำลังการผลิต ซึ่งการที่ปริมาณเหล็กที่มากขึ้นนี้อาจล้นตลาดข้ามพรมแดนไปยังประเทศอื่นได้อีกครั้งหนึ่ง

ท่ามกลางความวิตกกังวลของทางการ ผู้จัดการทั่วไปของโรงงานเหล็กในเมืองถังซาน ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเมืองปักกิ่ง ได้ถูกคุมตัวไว้ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้

เจ้าหน้าที่เมืองถังชานได้แจ้งบริษัทถังยินสตีล (Tangyin Steel) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตเหล็กรายใหญ่อย่าง HBIS Group ที่ถูกสั่งให้ลดกำลังการผลิตเหลือครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางความกังวลเรื่องคุณภาพของอากาศ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เพิกเฉยต่อคำแจ้งของเจ้าหน้าที่ และยังคงเพิ่มการผลิตต่อไป

แหล่งข่าวกล่าวว่า “ทางการซึ่งไร้หวังที่จะจำกัดการผลิต ซึ่งอาจจะดำเนินการลงโทษอย่างรุนแรง เพื่อเป็นการเตือนผู้ผลิตรายอื่น”

บริษัท ถังยินสตีล ได้ทำยินยอมทำตามคำสั่งการของทางการ  โดยหลังจากการจับกุมผู้จัดการแล้ว ป้ายดิจิตัลภายนอกทางเข้าโรงงานเหล็กได้แสดงคำว่า “เตาถลุง 2 หยุดชั่วคราว”

แหล่งข่าววงในตลาดเหล็กรายหนึ่งกล่าวว่า ในขณะที่ทางการจีน อาจแสดงถึงระดับความจริงจังของตนที่ทางการได้ติดตามผู้ผลิตรายใหญ่ แต่ผู้ผลิตรายเล็กและรายกลางแทบไม่มีความความพยายามใดๆเลยที่จะปฏิบัติตามการลดการผลิตเหล็ก

ประเทศจีน ผลิตเหล็กดิบ 577 ล้านตัน ในระยะ 7 เดือนแรกของปีนี้  โดยปริมาณการผลิตสูงสุดจะก้าวสู่ปีละ 1 พันล้านตัน

การที่นโยบายภาครัฐดำเนินการเช่นนี้ เป็นความพยายามที่จะทำให้มีการฟื้นตัวของราคาเหล็ก

.

ราคาเหล็กที่ตกต่ำลงจนกระทั่งประมาณ ปี 2015 นั้นเป็นเหตุทำให้เกิดความกังวลในอุตสาหกรรมเหล็กโลก รัฐบาลจีนเริ่มจัดการเกี่ยวกับกำลังการผลิตเมื่อประมาณปี 2016 โดยมีการสั่งลดกำลังการผลิตออกประมาณ 150 ล้านตัน ภายในปี 2018  นอกจากนั้น ทางการจีนยังได้ดำเนินการลงโทษโรงงานที่ผลิตเหล็กคุณภาพต่ำ (ditiaogang) ที่ผลิตจากเศษเหล็ก  Ditiaogang เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นตัวเลขการผลิตจึงไม่ปรากฏในสถิติของทางการ และทำให้ราคาตลาดบิดเบือน

ราคาเหล็กได้ฟื้นตัวในปี 2017 แต่การผลิตเหล็กดิบ ซึ่งถูกจำกัดไว้ที่ 800 ล้านตันจนกระทั่งปี 2016 ยังคงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบัน ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนอยู่ที่ประมาณ 3,800 หยวนต่อตัน (535 เหรียญสหรัฐอเมริกา) ซึ่งยังคงมากกว่า 2,000 หยวนในปี 2015 แต่ราคายังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง

ความต้องการในประเทศจีนนั้นยังคงลดลงเรื่อยๆ ยอดขายรถยนต์ใหม่พลาดไปจากตัวเลขปีที่แล้วเป็นระยะเวลาถึง 14 เดือนติดต่อกันจนถึงเดือนสิงหาคม เนื่องจากสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกาทำให้ความต้องการของผู้บริโภคจีนลดลง รวมทั้งยอดขายเครื่องมือเครื่องใช้ก็ลดลงไปด้วย

รัฐบาลจีนยังคงมีการใช้จ่ายสำหรับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมกระตุ้นการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายไม่คืบหน้าตามแผน เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นมีหนี้สินสูง

ในขณะที่ความต้องการลดลง ราคาแร่เหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของผลิตภัณฑ์เหล็กได้ปรับเพิ่มขึ้น  และเป็นสาเหตุให้เบาชาน ไออ้อน แอนด์ สตีล (Baoshan Iron & Steel) และอีก 4 บริษัทใหญ่จะมีกำไรลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี

การผลิตเหล็ก Ditiaogang มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น  แหล่งข่าวกล่าวว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนมีความยืดเยื้อ และเราไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่ตลาดจะฟื้นตัว

ปัจจุบัน รัฐบาลได้มีความกังวลอีกเรื่องหนึ่งในช่วงเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตเหล็กจีนปิดเตาถลุงที่ล้าสมัยเพื่อตัดกำลังการผลิตส่วนเกินและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม  ผู้ผลิตเหล็กจีนยังสร้างเตาถลุงใหม่ที่มีกำลังการผลิตน้อยลงอีกด้วย

เตาถลุงเกือบ 70% ของเตาถลุงทั้งหมด จะสามารถใช้งานได้ระหว่างปีนี้และปีหน้า กำลังการผลิตที่ทำได้เพิ่มเติมจะเท่ากับประมาณ 61 ล้านตันในปี 2019 และ 62 ล้านตันในปี 2020

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับผู้ผลิตเหล็กของญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าว “กำลังการผลิตที่ลดลง แต่เหมือนว่าเตาถลุงใหม่สามารถทำการผลิตที่กำลังการผลิตเต็มที่ ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่การผลิตจริงจะเพิ่มขึ้น”

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนกล่าวว่า กระทรวงจะเพิ่มความเข้มข้นของการดูแลเพื่อป้องการการผลิตส่วนเกิน แต่การผลิตที่เพิ่มขึ้นมากในเร็วๆนี้ยังคงมีต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว  และมันไม่ชัดเจนว่าการจำกัดการผลิตจะมีประสิทธิภาพอย่างไร  ดังนั้น อุตสาหกรรมเหล็กโลกยังคงมีความระมัดระวังในช่วงที่ราคาเหล็กลดลง ที่มีสาเหตุมาจากจีน

เหล็กส่วนเกินจากจีนอาจเข้าไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเป็นการสร้างความกดดันให้แก่ตลาดเอเชียทั้งหมด ทั้งที่มีการปกป้องทางการค้า ราคาเหล็กในสหรัฐอเมริกาลดลงเนื่องจากความต้องการมีน้อย  ดังนั้น จึงมีความกังวลว่าความต้องการอาจน้อยลงทั่วทั้งโลก

ราคาแร่เหล็กลดลงตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้ แต่ถ้าการผลิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในจีน ผู้ผลิตเหล็กอาจเผชิญกับราคาวัสดุที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ราคาเหล็กยังคงตกต่ำอยู่

“ผลิตภัณฑ์หลายประเภทกำลังมุ่งส่งออก และนั่นจะกระทบราคาวัสดุเหล็กอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นาย โยชิฮิสะ คิตาโน่ ประธาน Japan Iron and Steel Federation และกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ JFE Steel กล่าว

ที่มา : Nikkei Asian Review