คาดก.ย.ใช้จ่ายกลับมาปกติ สศอ.เผยกำลังผลิตอุตฯตกต่ำสุด

นายอิทธิชัย ยศศรี รองผู้อ่านวยการสํานักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่าดัชนีผลผลิต อุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนเม.ย.2563 อยู่ที่ระดับ 79.04 หดตัว 17.21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 95.47 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั่วโลกและไทยหยุดชะงัก ต่อเนื่องมายังการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม(ไม่รวมทอง ยุทโธปกรณ์ และ อากาศยาน) หดตัว เพราะโรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนมีการหยุดการผลิตชั่วคราว เช่น กําลังการผลิตรถยนต์ อยู่ที่ 1264% เป็นต้น ทําให้ภาพรวมอัตราการใช้กําลังการผลิตอยู่ที่ 51.87% ต่ําสุดในรอบ 8 ปี 5 เดือนนับ จากวิกฤตน้ําท่วมใหญ่เดือนพ.ย. 2554 เทียบกับเดือนก่อนหน้า 67.78%

โดยเบื้องต้นประเมินแนวโน้มเอ็มพีไอไตรมาส 2/2563 จะลดลงกว่าปัจจุบัน เนื่องจากมีบางอุตสาหกรรมหยุด การผลิตชั่วคราว เช่น รถยนต์ เห็นได้จากไตรมาสแรกของปีนี้(ม.ค.-มี.ค.2563) หดตัว 6.36% และ 4 เดือน หดตัว 8.8% ขณะที่เอ็มพีไอในระยะข้างหน้าจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยสําคัญคือ รัฐจะผ่อนคลาย มาตรการล็อกดาวน์อีกเมื่อไหร่และมากแค่ไหน แม้ขณะนี้จะเริ่มมีการผ่อนคลายบ้างแล้วแต่สถานการณ์ต่างๆ ยังไม่กลับมาเต็มที่ 100% จึงยังไม่มีความชัดเจนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมก่อน ที่จะเกิดโรคระบาดเมื่อไหร่ หลังจากนั้นจึงค่อยมาพูดถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจ จากที่ผ่านมากิจกรรม เศรษฐกิจถูกปิดทั้งหมด ของทางการจําหน่ายถูกปิด การบริโภคไม่เกิด

นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมโรคระบาดของประเทศต่างๆ ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของ รายได้ทั้งประเทศ หากประเทศที่เป็นตลาดส่งออกของไทยยังไม่สามารถควบคุมโรคระบาดได้ จะเป็นตัวแปร ชีวัดการผลิตภาคอุตสาหกรรมไทยต่อไป

ปัจจัยสําคัญอีกประการหนึ่งคือ การจับจ่ายใช้สอยจะกลับมาสู่ภาวะปกติก่อนเกิดโควิด-19 ได้หรือไม่/เมื่อไหร่ หากประเทศไทยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ต่างๆ หมดแล้ว ประชาชนกลับมาทํางานได้จะสามารถมีราย ได้และเงินออมกลับมาเหมือนก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิด-19 หรือไม่ แม้รัฐบาลจะมีเงินเยียวยาช่วยเหลือค่า ครองชีพให้ในระดับหนึ่ง แต่ก็จําเป็นต้องนําเงินออมที่มีอยู่มาใช้ทั้งหมดหรือบางคนอาจติดลบไปแล้ว ดังนั้น รายได้ที่กลับมาเข้าสู่ภาวะปกตินั้นจะสามารถขัดเขียเงินออมที่ใช้ไปในช่วงล็อกดาวน์แค่ไหน ซึ่งเบื้องต้น ประเมินว่าการจับจ่ายใช้สอยและเศรษฐกิจไม่น่าจะกลับมาเป็นปกติได้เร็วไปกว่าเดือนก.ย.2563 เป็นปัจจัย

วัดการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

“ภาพรวมอตสาหกรรมจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับมาตรการล็อกดาวน์ต่างๆ ของรัฐบาลจะผ่อนคลายมากแค่ไหน เพราะการล็อกดาวน์ทําให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจผ่อนคลายถูกปิดลง หากระดับการผ่อนคลายมากพอที่จะ ทําให้การบริโภคกลับมาขยายตัวได้เต็มที่ ประกอบกับภาวะการส่งออกของภาคอุตสาหกรรมไทยจะกลับมา ได้เร็วแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ของต่างประเทศเป็นหลัก”

อ่านต่อได้ที่ : https://www.matichon.co.th/economy/news_2204262

แหล่งที่มา : มติชนออนไลน์

นโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2565 อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย