พาณิชย์ยกเว้นเก็บภาษีเหล็กทำกระป๋องถึง 12 พ.ย. 66

 

พาณิชย์ต่ออายุการยกเว้นเก็บภาษีเหล็กทำกระป๋อง ทินเพลตและทินฟรี จากจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน อียู เป็นครั้งที่ 4 อีก 6 เดือน มีผลถึง 12 พ.ย. 66 หวั่นผู้ประกอบการอาหารเสียศักยภาพแข่งขันในเวทีโลก และผู้บริโภคซื้ออาหารกระป๋องแพงขึ้น วันที่ 7 มิถุนายน 2566 รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) ได้พิจารณาต่ออายุการยกเว้นเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าเหล็กสำหรับผลิตเป็นกระป๋องบรรจุอาหาร ทั้งสินค้าเหล็กแผ่นชุบหรือเคลือบด้วยดีบุกทั้งชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน (ทินเพลต) ที่มีแหล่งกำเนิดจากจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหภาพยุโรป (อียู) และเหล็กแผ่นชุบหรือเคลือบด้วยโครเมียมทั้งชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน (ทินฟรี) จากจีน เกาหลีใต้ และอียู

โดยไม่รวมสินค้าที่ผ่านการเคลือบ Lacquering หรือ Laminating หรือ Printing ออกไปอีก 6 เดือน หรือจนถึงวันที่ 12 พ.ย. 2566 หลังจากการยกเว้นการเก็บภาษีดังกล่าวได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา การต่ออายุครั้งนี้เป็นการต่ออายุยกเว้นเก็บภาษีเอดีครั้งที่ 4 นับตั้งแต่การยกเว้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2564-12 พ.ค. 2565 จากนั้นต่ออายุครั้งที่ 2 อีก 6 เดือน วันที่ 13 พ.ค.-12 พ.ย. 2565 และต่ออายุครั้งที่ 3 อีก 6 เดือน วันที่ 13 พ.ย. 2565-12 พ.ค. 2566 สำหรับการยกเว้นเก็บภาษี แม้ยังพบการทุ่มตลาดในไทยต่อเนื่อง (ราคาสินค้าที่นำเข้ามาขายในไทยต่ำกว่าที่ขายในประเทศผู้ผลิต) แต่ ทตอ.ได้พิจารณถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน ผู้บริโภค และประโยชน์สาธารณะ ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 ที่เห็นว่า หากเก็บภาษีเอดีจะกระทบต่อผู้ใช้เหล็กทั้ง 2 ชนิดที่จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และสุดท้ายผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย เพราะอาจต้องซื้อสินค้าราคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอาหารกระป๋อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทตอ.ได้เปิดไต่สวนการทุ่มตลาดเหล็กทั้ง 2 ชนิด จาก 4 ประเทศตามที่ผู้ผลิตเหล็กของไทยยื่นเรื่อง เพราะมีการทุ่มตลาด จึงได้รับความเสียหายจากการนำเข้า และหลังการไต่สวน พบว่ามีการทุ่มตลาดจริง จึงเรียกเก็บภาษีเอดีเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. 2564-13 พ.ย. 2569 แต่เนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป หากเก็บภาษีเอดี อาจกระทบต่อผู้ใช้และผู้บริโภค ทตอ.จึงยกเว้นการเก็บภาษีมาอย่างต่อเนื่องรวม 4 ครั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม หากครบกำหนดการยกเว้น และ ทตอ.ไม่พิจารณายกเว้นจัดเก็บให้อีก ทินฟรีจากจีนจะถูกเรียกเก็บภาษีเอดีอัตรา 0-24.73% ของราคาซีไอเอฟ (ราคาสินค้ารวมค่าประกันภัยและค่าขนส่ง), เกาหลีใต้ 0-17.06% และยุโรป 18.52% จนถึงเดือน พ.ย. 2569 จากนั้น ทตอ.จะพิจารณาใหม่ว่ายังจำเป็นต้องเก็บอากรเอดีต่อหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นจะยกเลิก ส่วนทินเพลตจากจีนจะถูกเรียกเก็บอัตรา 0-17.46%, เกาหลีใต้ 0-22.67%, ไต้หวัน 4.28-20.45% และยุโรป 5.82% จนถึงเดือน พ.ย. 2569 และทบทวนใหม่หลังครบ 5 ปีเช่นกัน

แหล่งที่มา.ประชาชาติธุรกิจ