กมธ.การอุตสาหกรรม แถลงสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชี้แจง “ถอนอายัดเหล็ก” บริษัทซินเคอหยวนล็อตที่ผ่านมาตรฐาน 40,000 เส้น ส่วนล็อตที่ไม่ผ่านมาตรฐานอีก 2,000 เส้น ไม่มีการถอนอายัดแต่อย่างใด ส่วนประเด็นที่บริษัทซินเคอหยวนได้มีการยื่นคำร้องขอกลับมาประกอบกิจการการผลิตเหมือนเดิม ทางสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจะลงไปตรวจสอบกระบวนการผลิตว่ามีการดำเนินการควบคุมคุณภาพการผลิต และควบคุมคุณภาพมลภาวะ เป็นไปตามข้อบังคับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ หากเป็นไปตามมาตรฐาน จึงจะเปิดให้ดำเนินการได้
5 พ.ย. 2568 สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะ กมธ. การอุตสาหกรรม แถลงผลการคณะ กมธ. กรณีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ถอนอายัดเหล็กบริษัทซินเคอหยวน จำกัด โดย กมธ.ได้เชิญเลขาธิการแลพรองเลขาธิการ สมอ. มาชี้แจงด้วยตนเองในวันนี้ (5 พ.ย. 2568) และได้เชิญกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยรองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมมาชี้แจ้ง โดยได้เชิญผู้บริหารบริษัทซินเคอหยวนมาด้วย แต่ทางผู้บริหารซินเคอหยวนไม่ได้มา
ทั้งนี้ เหล็กที่อายัดมี 2 ล็อต คือ ล็อตแรก 2,000 เส้น ที่ได้มีการตรวจและอายัดโดยเจ้าหน้าที่ สมอ. โดยส่งไปตรวจสอบที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้า เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า มีการตกสเปกทั้งในส่วนของขนาด คือ ความสูงขนาดของครีมเหล็ก เนื่องจากเป็นเหล็กปล่องอ้อย ส่วนที่สอง คือ ส่วนประกอบทางเคมี ล็อตนี้ได้มีการอายัดและมีการดำเนินคดี ไม่มีการถอนอายัดแต่อย่างใด
ส่วนล็อตที่สอง จำนวน 40,000 เส้น ที่ถูกตรวจสอบและถูกอายัด เจ้าหน้าที่ใช้คำว่า มีเหตุอันเชื่อได้ว่าน่าจะมีผลต่อคุณภาพของเหล็ก ซึ่งล็อตนี้เจ้าหน้าที่ส่งไปตรวจสอบตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์ตึก สตง. ล็อตนี้ตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า ส่งให้สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าตรวจสอบทั้งกายภาพและเคมี สรุปว่าผ่าน ดังนั้น จึงได้มีการถอนอายัดเหล็กกองนี้ให้กับทางบริษัท
กมธ. มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับฝุ่นแดงซึ่งถือเป็นวัตถุอันตรายที่จะต้องถูกควบคุมตามกฎหมาย ตอนนี้ฝุ่นแดงจำนวนหลาย 10,000 ตัน ถูกอายัดไว้โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เจ้าหน้าที่ได้นำไปตรวจวิเคราะห์ว่าฝุ่นแดงที่มีอยู่ในโรงงานเกิดจากกระบวนการการผลิตเหล็ก กับส่วนที่อยู่ในกระบวนการผลิตมีส่วนประกอบทางเคมีเหมือนกันหรือไม่ ถ้าไม่เหมือนกัน เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยว่าอาจจะมีการลักลอบนำเข้ามา กมธ. มีความเห็นว่าในส่วนตรงนี้ค่อนข้างพิสูจน์ยากว่าฝุ่นแดงที่นำไปวิเคราะห์ทางเคมีที่อยู่ในเครื่องจักรกับอยู่ที่กองอยู่ที่ถูกอายัด มีส่วนประกอบทางเคมีแตกต่างกันอย่างไร ชี้ชัดได้ค่อนข้างลำบากว่ามีการลักลอบนำเข้าหรือไม่ กมธ. มีความเห็นว่าควรจะไปทำการตรวจสอบของวัตถุดิบฝุ่นแดงที่มีอยู่มาจากกระบวนการผลิตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของบริษัท ว่าตรงตามยอดการผลิตจริงหรือไม่ ด้วยการทำตรวจสอบแบบ mass balance ว่ามีการผลิตเท่าไหร่และมีฝุ่นแดงในกระบวนการผลิตเท่าไหร่ จำนวนฝุ่นเกาะสมเหตุสมผลสอดคล้องกันหรือไม่ ตรงนี้จะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและจะสามารถไปดำเนินคดีกับบริษัทได้ ถ้ามีการลักลอบนำเข้าจริง
ขณะนี้ฝุ่นแดงอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของ DSI เนื่องจากของกลางเกิน 50 ตัน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าจะต้องส่งเป็นคดีพิเศษ
ส่วนประเด็นที่บริษัทซินเคอหยวนได้มีการยื่นคำร้องขอกลับมาประกอบกิจการการผลิตเหมือนเดิม ทางเจ้าหน้าที่ สมอ. จะลงไปตรวจสอบกระบวนการผลิตว่ามีการดำเนินการควบคุมคุณภาพการผลิต และควบคุมคุณภาพมลภาวะ เป็นไปตาม ม.39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ หากเป็นไปตามมาตรฐาน จึงจะเปิดให้ดำเนินการได้ ซึ่ง กมธ. จะลงไปตรวจสอบร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการกลับมาประกอบกิจการ
ในส่วนของผลิตภัณฑ์เหล็กที่ประชาชนมีความห่วงใยว่าเมื่อผลิตออกมาเหล็กจะมีคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่ จะมีการแปรผัน บางล็อตได้มาตรฐาน หรือบางล็อตไม่ได้มาตรฐาน ทางเลขาธิการ สมอ. ได้ชี้แจงว่า หากมีการกลับมาผลิตจริง เจ้าหน้าที่ สมอ. จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบระบบควบคุมคุณภาพ แต่เดิม สมอ. ได้มีการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพ ซึ่งทางบริษัทได้มีการชี้แจงมาเป็นเอกสาร แต่ในการผลิตจริงในการดำเนินการจริง เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบกระบวนการควบคุมคุณภาพว่ามีการดำเนินการตามที่ได้ชี้แจงมาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ และจะมีการชักตัวอย่างในโรงงานมาตรวจสอบว่าได้คุณภาพหรือไม่ รวมทั้งจะมีการทำสุ่มตัวอย่างจากท้องตลาด เพื่อนำมาตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ในส่วนของกำลังคนที่ตะตรวจสอบตามที่ได้กล่าวมา สมอ. ยืนยันว่ามีกำลังคนจะพร้อมในการปฎิบัติงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าเหล็กผลิตออกมาได้คุณภาพตามมาตรฐาน ตามที่กรมการอุตสาหกรรมอนุญาตให้ผลิต
ทั้งนี้ กมธ. จะทำหนังสือถึง รมว.อุตสาหกรรมคนใหม่ เกี่ยวกับกระบวนการในการผลิตเหล็กที่ผ่านมา ที่มีข้อถกเถียงกันระหว่างการผลิตแบบ IF กับ EF ซึ่งที่ผ่านมา รมว. คนเก่า เคยมีดำริว่าจะยกเลิกกระบวนการผลิตเหล็กแบบ IF เพราะว่าเหล็กที่ผลิตออกมาค่อนข้างไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ค่อยมีคุณภาพ อีกทั้งกระบวนการผลิตสร้างมลภาวะและทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก และ กมธ. ได้เคยมีข้อสังเกตไปแล้วว่าควรจะยกเลิกการผลิตเหล็กแบบ IF โดยให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการปรับตัวเปลี่ยนจากการผลิตแบบ IF เป็น EF เพราะ EF เป็นเตาหลอมแบบใหม่ซึ่งจะสร้างมลภาวะน้อยกว่าและไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมแบบ IF มีเตาปรุงน้ำเหล็กในการควบคุมควบคุมคุณภาพของเหลวอย่างสม่ำเสมอ และมีคุณภาพมากกว่า จึงขอเรียกร้องไปยัง รมว.อุตสาหกรรมคนใหม่ ไม่อยากให้ตั้งคณะทำงานศึกษาเรื่องนี้แล้วว่าควรยกเลิกหรือไม่ยกเลิก เพราะที่ผ่านมา กมธ. และ รมว. คนเก่า เคยมีแนวทางที่มีความเห็นร่วมกันเราว่าควรจะต้องหยุดการผลิตเหล็กแบบ IF โดยสิ้นเชิงในประเทศไทย แต่ต้องให้เวลาผู้ประกอบการในการปรับตัว เพื่อให้ประชาชนได้เหล็กในการก่อสร้างอย่างมีคุณภาพ
แหล่งที่มา.ประชาไท

