10 สมาคมเหล็กเข้าพบ “ธนกร วังบุญคงชนะ” แสดงความยินดีรับตำแหน่ง รมว.อุตฯ พร้อมหารือแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก ย้ำจุดยืนทุกรายต้องมีมาตรฐานเดียวกัน วอนทบทวนประกาศอนุญาต “ซินเคอหยวน” เปิดดำเนินการรอบใหม่
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีคำสั่งถอนอายัดเหล็กของบริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ปริมาณกว่า 40,000 ตัน ไปเมื่อปลายเดือน กันยายน 2568 ผ่านมา ซึ่งแม้ว่านายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว แต่คำสั่งถอนอายัดยังคงอยู่ และมีแนวโน้มว่านายธนกร จะร่างประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ซินเคอหยวนเปิดดำเนินการอีกครั้ง หลังจากมีการปรับปรุงแก้ไขโรงงานจากเหตุถังแก๊สระเบิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่การเปิดครั้งนี้จะเป็นการเปิดแบบมีข้อจำกัด มีการควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือเรียกได้ว่าเป็นการทดลองเปิด 3 ปี หรือ 5 ปี โดยที่เหล็กทุกลอตจะต้องถูกส่งตรวจ เพื่อให้มั่นใจว่าเหล็กที่ผลิตขึ้นมาขายในท้องตลาดนั้นได้มาตรฐาน สมอ. ไม่กระทบต่อผู้บริโภค
นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะสมาชิก 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย (สมาชิกรวมกันเกือบ 600 บริษัท) กล่าวว่า สถานการณ์ของผู้ประกอบการเหล็กในวันนี้ มีความกังวลอย่างมาก ทั้งจากการแข่งขันและการถูกดัมพ์ราคา หลายเรื่องได้มีการหารือกันในสมาชิก
ส่วนใหญ่ยังคงยืนยันที่ต้องการให้ผู้ประกอบการเหล็กดำเนินกิจการภายใต้มาตรฐานเดียวกัน จึงได้นัดหมายเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 อีกครั้ง โดยไม่ได้เป็นการคัดค้านไม่ให้เปิดโรงงานเหล็กที่กำลังมีข้อถกเถียงกันอยู่ แต่เป็นการหารือแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กแบบยั่งยืนในระยะยาว
“เรายืนยันต่อกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้ดำเนินการเข้มงวดว่า ทุกโรงงานผลิตเหล็กในประเทศไทยต้องดำเนินการตามกฎหมาย และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพราะสำคัญต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ดังนั้นการผลิตสินค้าเหล็ก โดยทุกโรงงานต้องปฏิบัติตาม มอก.อย่างครบถ้วน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตเหล็กเส้นเหล็กข้ออ้อย ต้องไม่ใช่เพียงอ้างจะเพิ่มความเข้มงวด ระบบคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพเศษเหล็กเท่านั้น แต่ต้องมีกระบวนการทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ (Refining Process) ด้วย เพื่อลดฟอสฟอรัสและกำมะถันที่เจือปนให้ไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด รวมทั้งปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมีขจัดสารฝังใน โดยมีการติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ (Ladle Furnace)”
นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยถึงการเข้าพบนายธนกร เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 ว่า เพื่อแสดงความยินดีหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ และได้มีการพูดคุยถึงจุดยืนที่ทาง 10 สมาคมเหล็กฯ ต้องการให้ภาครัฐดำเนินการมาตลอด แต่จะบวกอีก 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.เรื่องการให้พิจารณาถี่ถ้วนกับการที่จะให้โรงงานที่มีกระบวนการผลิต และมีสินค้าไม่ได้มาตรฐานเปิดดำเนินการอีกครั้ง 2.เรื่องการยกระดับมาตรฐานเหล็ก มอก. ให้เป็นภาคบังคับ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคในอนาคต
สำหรับภาพรวมเหล็กในตอนนี้ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพเหล็กเส้นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเจ้าของบ้าน หรือผู้รับเหมา รู้ว่าเหล็กเส้นแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ผู้บริโภคเริ่มกำหนดสเป็กและตรวจสอบคุณภาพมากขึ้น ตอนนี้ถือว่าอุตสาหกรรมเหล็กเส้นไทยมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น มีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ โดยในช่วง 9 เดือนแรกมีการผลิตรวม 3.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำลังผลิตเพียง 2.7 ล้านตัน
ส่วนตัวของผู้ผลิตเหล็กเส้นในประเทศเอง ก็มีความพร้อมในการผลิตสินค้าทุกขนาดและทุกระดับคุณภาพเช่นกัน ไม่มีปัญหาการขาดแคลนเหล็กเส้นในตลาด เนื่องจากยังมีกำลังการผลิตเหลืออีกกว่า 70% สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายได้ ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะราคาสูงในช่วงที่ผ่านมาจากปัจจัยต่าง ๆ แต่ปัจจุบันราคาเหล็กเส้นได้ปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ตามกลไกอุปสงค์และอุปทานของตลาด เป็นราคาใกล้เคียงกับปลายปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดมีการผลิตและจัดจำหน่ายเหล็กเส้นจากหลายแหล่ง
โดยปัจจุบันราคาเหล็กเส้นกลม ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 21,000 บาทต่อตัน และเหล็กเส้นข้ออ้อย ราคาอยู่ที่ 20,000 บาทต่อตัน
ทั้งนี้ สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ยืนยันว่าอุตสาหกรรมเหล็กเส้นของไทยจำเป็นต้องเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับเหล็กที่มีคุณภาพสูง ทนทาน และปลอดภัย สำหรับการใช้งานในระยะยาว โดยการกำกับดูแลของภาครัฐและการรักษามาตรการการผลิตอย่างรัดกุม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค จะช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้าทั่วทั้งอุตสาหกรรม…
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประชาชาติธุรกิจ

