แหล่งข่าวจาก 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ 10 สมาคมฯได้เคยยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ในรัฐบาลชุดก่อน) และ หน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ต่อ กรณีที่ โรงงานผู้ผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ของบริษัท ซินเค่อ หยวน จำกัด ซึ่งเป็นของกลุ่มทุนชาวจีน ใน จ.ระยอง ซึ่งคำสั่งของกระทรวงอุตสาหกรรมให้ปิดโรงงานชั่วคราว กำลังพยายามขออนุญาตกระทรวงอุตสาหกรรมกลับมาเปิดดำเนินการใหม่อีกครั้ง ล่าสุดพบว่า โรงงานผลิตเหล็กดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ทดลองผลิตแล้ว และในวันที่ 7 หรือ 8 เมษายนนี้ อุตสาหกรรมจังหวัดจะเข้าไปตรวจสอบโรงงาน หากว่าผ่านตามมาตรฐานก็จะไดรับอนุญาตให้กลับมาผลิตได้ตามปกติอีกครั้ง
“เรื่องนี้มีข้อสงสัยกันมาก เพราะอุตสาหกรรมจังหวัดระยองดำเนินการกันแบบเงียบ อาศัยช่วงที่โรงงานผลิตเหล็กดังกล่าวไม่เป็นข่าว และสังคมกำลังสนใจอยู่กับประเด็นอื่นมากกว่า เช่นกรณีราคาน้ำมัน และการเตรียมความพร้อมของประชาชนและราชการในช่วงเทศกาลหยุดยาวในวันสงกรานต์ และยังเป็นช่วงรอยต่อของเปลี่ยนผ่านอำนาจ คือ รมว.อุตสาหกรรมคนเก่าที่ไม่ได้เข้าบริหารงานในกระทรวงแล้ว และ รมว.อุตสาหกรรมคนใหม่ก็ยังไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ การดำเนินการของอุตสาหกรรมจังหวัด ครั้งนี้ รัฐมนตรีทั้งเก่าและใหม่ก็อ้างได้ว่าไม่ทราบเรื่องไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ แต่ในทางกลับกันหากไม่มีอำนาจที่สูงกว่าส่งสัญญาณมา อุตสาหกรรมจัดหวัดจะกล้าดำเนินการเองได้อย่างไร”แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวรายดังกล่าว เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการ ใน 10 สมาคมฯมีความกังวลอย่างมาก เนื่องจากโรงงานดังกล่าวก่อนหน้าถูกตรวจพบว่าการผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ขาดมาตรฐานในการจัดการความปลอดภัยและการจัดการสิ่งแวดล้อม จนต้องถูกคำสั่งของกระทรวงอุตสาหกรรมให้ปิดโรงงานชั่วคราว แต่เมื่อมีความพยายามจะกลับมาเปิดอีกครั้ง ทาง 10 สมาคมฯ จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และ ย้ำว่าหากกระทรวงอุตสาหกรรมจะอนุญาตให้โรงงานดังกล่าวกลับมาเปิดการผลิตอีก ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตอย่างเคร่งครัดครบถ้วน โดยเฉพาะข้อกำหนดด้าน วัสดุ การทำ และส่วนประกอบทางเคมี ที่กำหนดใน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 ข้อ 5.2 – 5.5 โดยเฉพาะข้อ 5.2 โดยมีรายละเอียดดังนี้ ข้อ 5.2 การทำเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ใช้ทำเหล็กข้ออ้อย ต้องมีขั้นตอนกรรมวิธีการทำและการควบคุมเป็นส่วนประกอบหนึ่ง นั้น ข้อที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งคือ หัวข้อ (3) ที่ได้กำหนดว่า : “มีกระบวนการทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกำมะถันรวมทั้งปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม”
“ที่น่ากังวลที่สุดคือ ไม่รู้ว่า โรงงานดังกล่าวได้ปฏิบัติ อย่างที่ 10 สมาคมฯได้เสนอต่อกระทรวงอุตสาหกรรมไปหรือยัง เพราะหากว่ายัง โรงงานดังกล่าวก็จะผลิตด้วยวิธีแบบเดิม จะมีสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่ไม่ได้มาตรฐานกระจายออกสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งจะกลับไปสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตสินค้าที่เป็นไปตามมาตรฐาน ด้วยเหตุที่ โรงงานดังกล่าวใช้กระบวนการหลอมด้วยเตา Induction Furnace (IF) ซึ่งข้อจำกัดของเตาหลอมประเภทนี้ คือ ไม่มีระบบออกซิเดชัน (Oxidation) และการสร้างสแลก (slag) สำหรับกำจัดหรือดูดซับสารมลทิน เช่น ฟอสฟอรัส กำมะถัน และสิ่งเจือปนที่มากับเศษเหล็ก เช่น โบรอน เป็นต้น ทำให้ควบคุมคุณสมบัติทางเคมีตลอดจนปริมาณของสารมลทินและสิ่งเจือปนได้ยาก”แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งที่มา.แนวหน้า

